ทำไมนอกใจ
เดี๋ยวนี้มีเพลง มีหนังทำนองนี้เยอะนะครับ
ที่ว่าผมมาทีหลัง แต่ก็รักคุณไม่แพ้แฟนตัวจริงของคุณ
มีแฟนแล้วแต่เผลอ รักเพื่อนอีกคนได้มั๊ยเนี่ย
เป็นได้แค่กิ๊กเธอ เธอจริงใจแต่ไม่จริงจัง
เรื่องแบบนี้ จริงๆมันมีมาตั้งนานแล้ว
ทุกยุค ทุกสมัย เลยด้วยซ้ำ
แต่แปลกอย่างนึง ในบ้านเรา
ถ้าผู้หญิงนอกใจนี่จะร้ายแรงกว่า
ผู้ชายนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา
ค่านิยมนี้แปลกดีนะครับ
มีการสันนิษฐานว่า คนเราพัฒนามาเป็นระบบผัวเดียวเมียเดียว (ใครรับไม่ได้กรุณาใช้คำว่าสามีเดียวภรรยาเดียว) นี้นั้น มันได้เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีระบบสังคม และสิทธิเสรีภาพแล้ว ผู้หญิงเรียกร้องสิทธิมากขึ้น การมีคู่ครองเดียวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่วายมีปัญหาซ้ำซากย้ำรอยเดิมให้เห็นบ่อยๆ มีแฟนแล้วดันไปชอบคนอื่นอีก ยังไม่พออีก อะไรเทือกนั้น
จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้มันติดมาในดีเอ็นเอ ในสัญชาตญาณของเรา ไม่ว่าเราจะพัฒนาไปแค่ไหน ก็จะเกิดเรื่องที่ปัจจุบันนี้เรียกว่านอกใจได้เสมอ
สมัยยุคหินโน้น เราก็เหมือนสัตว์ทั่วไป ที่มันมีสัญชาตญาณอยู่เพื่อการผสมพันธุ์ ปั๊มลูกออกมาให้มาก เพราะว่าแต่ก่อนมีทั้งโรค แมลง และสัตว์ดุร้าย อัตราการตายย่อมมีสูง มนุษย์เพศผู้จึงผสมพันธุ์ได้บ่อย (ถ้าเทียบกับผู้หญิงแล้ว ผู้ชายฟื้นตัวและสร้างเชื้อได้ไวกว่ามาก ใช้เวลา 2-3 เท่านั้น ผู้หญิงเป็นเดือนนะครับ ยิ่งถ้าท้องแล้วใช้เวลาตั้ง 7-9 เดือน)
แต่อย่ากระนั้น เพศเมียก็จะมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด พร้อมทั้งความเป็นแม่ที่จะต้องดูแลลูกด้วย จึงมีอารมณ์หึงหวง ให้ตัวผู้คู่ของตนนั้น ต้องอยู่กับตัวเองคนเดียว เพราะในเวลา 9 เดือนที่ท้องนั้น ตัวแม่จะอ่อนแอมาก ทีนี้ก็ต้องให้ตัวผู้ไปล่า หาอาหารมาให้ แบบนี้ ถึงแม้หลังคลอดแล้วตัวแม่ก็ยังไม่แข็งแรงอยู่ดี เหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ว่า ถ้าปล่อยให้ตัวผู้ไปกับผู้หญิงอื่นได้ ตัวแม่และลูกอาจจะอดตายอยู่ในถ้ำได้ครับ
มันไม่สมดุลอย่างยิ่งเห็นมั๊ยครับ คนนึงอยากผสมเยอะๆ อีกคนไม่ยอม มันก็เป็นซะแบบนี้ จึงไม่แปลกเลยที่คนเราจะเกิดการสปาร์คกับคนอื่น คู่ของคนอื่น หรือแฟนของคนอื่น แม้ว่าตัวเองจะมีคู่แล้วก็ตาม ผมเข้าใจ (เป็นอยู่) และอีกคนหึงจะเป็นจะตาย เอามีดตัดให้เป็ดกินมั่ง ตามไปฆ่าชู้มั่ง เป็นต้น
นอกจากเรื่องผสมพันธุ์กันแล้ว ยังมีเรื่องบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า คือความรัก
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ อยากให้เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
ผู้หญิงอาจบอกว่า โห่ ไม่แฟร์เลย
ต้องขอบอกว่าเสียใจด้วยครับ ไม่เชื่อไปถามแฟนคุณดู
ถ้าเค้าแมนจิงก็จะรับอยู่แล้ว ว่าเคยมีแว่บๆไปสนใจคนอื่น
ถ้าใครบอกว่าไม่มีเลย เลิฟยูโอนลี่ นี่ให้สันนิษฐานว่าผิดปกติหรือไม่ก็โกหกได้เลย
ทีนี้มีมุมมองนึงที่ผู้หญิงอาจเข้าใจว่า
การนอกใจ คือการยกก้อนความรักที่เค้าเคยให้เรา
ไปให้ผู้หญิงอีกคน
คือมันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น การชอบพออีกคน
ไม่ได้แปลว่าเราต้องรักคนแรกน้อยลงไปเลยก็ได้
เหมือนแผนที่โลก แต่ละประเทศก็มีที่ของมัน มีรูปร่างของมัน
เหมือนความรักที่เรามีให้ พ่อ แม่ เพื่อน ครู พี่น้อง
มันก็เรียกว่ารักเหมือนกัน แต่มันอยู่ต่างตำแหน่งกัน ทั้งขนาดและอารมณ์
พอจะนึกภาพออกมั๊ย
ว่าก้อนนี้มันเป็นก้อนความรักที่เกิดขึ้นมาใหม่
โอเค๊
ถ้าใครมีแฟนหลายคน (หมายถึงมีแล้วเลิก แล้วมีใหม่)
ก็คงจะเข้าใจดี ว่าก้อนความรักที่มีกับแฟนคนแรก
และคนที่สอง มันไม่ใช่ก้อนเดียวกัน
ที่เกริ่นมายืดยาวนี่
ชี้โพรงให้ผู้ชายเจ้าชู้นะครับ
ยังไม่เข้าโพรงกันอีก.. วู้
ปล. กิ๊กกันมั๊ย น้องสาว