lesson one: ล้ม

วันนี้มีเรื่องเล่าให้ฟังครับ..

ประมาณสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา มีญาตินำโทรศัพท์ไอโฟนกลับมาจากอเมริกา

จึงได้นำมาขายในหน้าร้านของตลาดดอทคอม ซึ่งเคยเปิดไว้ขายของนานแล้ว

ทั้งหมดมีด้วยกัน 12 เครื่อง 4 เครื่องนั้นขายตามตู้ อีก 6 เครื่องนั้นขายในเนท

ทุกอย่างทำท่าจะไปได้สวยงาม น่าจะได้กำไรเยอะทีเดียว แต่เกิดอะไรกับ 2 เครื่องสุดท้ายรู้มั๊ยครับ

โดนเชิดเอาโทรศัพท์ไปครับ ลำดับเหตุการณ์ประมาณนี้

27 มี.ค. 51

ช่วงบ่าย 4 กว่า มีคนโทร.มาขอซื้อสองเครื่อง ชื่อวุฒิศักดิ์ ส่งของบางแค สำนักงานบริหารการโยธา

5 โมง โทคอนเฟิม ที่ส่งของ และนัดชำระเงิน

28 มี.ค. 51

10.50 ให้คนไปส่งของ

11.00 เจอแล้วกำลังทดลองเครื่องอยู่

11.15 เอาไปแล้ว บอกว่าจะไปเทสชั้นบน หายไปเลย

โทร.ตาม แน่นอนปิดเครื่องหนีไปแล้ว

55 จริงๆมันไม่น่าพลาดเลยใช่มั๊ยครับ เราไม่ควรให้ของทั้งที่ยังไม่ได้เงิน

อันนี้ใครๆก็น่าจะคิดได้ แต่จริงๆมันมีการหว่านล้อมเจรจาอื่นๆ ที่ทำให้น่าเชื่อถือครับ

เช่น เย็นวันแรก บอกว่าจะซื้อไปให้ผู้ใหญ่ใช้ ไงก็มาส่งหน่อย คิดค่าส่งได้เลย แต่ไม่เกินหนึ่งพัน

วันนี้ไม่ทันแล้วนะ 5 โมงเค้าเลิกงานกัน พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงได้มั๊ย หลังเที่ยงจะจัดประชุม วันนั้น

หลังจากได้โทร.กลับไปบอกว่าไม่ได้ชื่อ วุฒิศักดิ์ แต่ชื่อ ธีรวิทย์ แล้วตอนบอกทางก็บอกว่า วุฒิศักดิ์

เป็นอีกคนที่โทร.มาตอนแรก ส่วนตอนที่ให้คนส่งของไปเจอนั้น มันบอกว่ารู้จักกับผม สนิทกัน

สรุป

- จากที่คิดว่าจะได้กำไรซักหมื่นห้า กลายเป็นขาดทุนสามหมื่นแปด

- บั่นทอนจิตใจที่จะเริ่มทำธุรกิจ ท้อเล็กน้อย

- รู้สึกว่าตัวเองเป็นควาย ทำไมให้คนอื่นหลอกได้ง่ายๆ

- เสียดายเวลากับเงิน

บทเรียน

- ต้องให้ความสำคัญกับระบบเอกสาร การยืนยันการซื้อ ตัวผู้ซื้อ เช่น ต้องให้กรอกคำสั่งซื้อผ่านเวบมา หรือขอดูบัตรประชาชน

- มองอำนาจต่อรองให้ออก ของอยู่เรา เรายังได้เปรียบ ถ้าของไปอยู่กับคนอื่น ก็เป็นของคนอื่น ต้องยื่นหมุยื่นแมว

- ไม่ควรไว้ใจคนจากการแต่งตัว การพูดจา ดูที่การกระทำ

- เมื่อเกิดเหตุ อย่าหมกมุ่นกับปัญหา ให้หมกมุ่นกับทางออก

- ในสถานการณ์ที่มันแย่ ไม่ควรทำตัวให้มันแย่ลงไปอีก เช่น หาคนผิด เราควรหาข้อบกพร่องที่เราจะแก้ไขได้ดีกว่า

- มีสติ มีแผนรับมือ เช่น ติดต่อญาติที่เป็นตำรวจ ลองสอบถามดู ติดต่อเวบตลาด เพื่อหาไอพีเบาะแส มีเพื่อนที่ทำอยู่เครือข่ายมือถือ ก็ลองสืบจากเบอร์ดู เปิดร้านใหม่อีก เอาไว้ดักจับมัน เผื่อมันกลับมาซื้ออีกรอบ เป็นต้น

- ถ้าเราเดิน มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องล้มบ้าง แต่ว่าล้มแล้วอย่ามัวแต่นอนเจ็บอยู่ ให้รีบลุกซะ

- ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง ขอโทษกันและกัน จะแก้ไขเรื่องต่างๆได้ดีกว่า ทำผิดแล้วอย่าปากแข็ง อย่าทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

- อย่าถามว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับกูด้วยวะ ถามว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ดีกว่า

- อย่าคิดย้อนไปตอนที่เกิดเรื่องแย่ๆ บ่อยๆ มันเหมือนย้อนเวลากลับไปทุกข์อีกรอบ ไม่คุ้มกัน ก็แค่เรื่องนึงที่ผ่านมาในชีวิต

- มองหาข้อดีของเรื่องนั้น เช่น ดีแล้วมันไม่เอามีดมาแทงเพื่อแย่งโทรศัพท์ ดีแล้วที่ไม่เอาไปให้มันอีกเครื่อง ดีแล้วที่ยังพอมีทางแก้ไข จะได้แข็งแกร่งมากขึ้น รับมือกับความผิดหวัง
- ระวังตัวให้มากขึ้น

- อย่าไปจองเวรใคร

- ก้าวผ่านความเซ็งจิตนี้ไปให้ได้

- แฃร์ประสบการณ์กับคนอื่นๆ เค้าจะได้ไม่ต้องมาเจอแบบเรา (ใครจะโง่เหมือนเมิง ไอ้ฟาย)

โกงเค้ากิน อร่อยมั๊ยล่ะมึง รับขนมจีบ ซาลาเปาด้วยใหม่ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะไอ้หอก

จับได้จะบิดนมแม่งให้ตาย

ใครที่จะเริ่มธุรกิจอะไร พร้อมจะล้มกันรึยังครับ..

เงินเก็บที่มีอยู่ พร้อมที่จะเสียมันไปมั๊ยครับ

ผมก็กลัวนะ แต่ผมมีความฝัน

แล้วรู้อะไรมั๊ยครับ ความจริงกับความฝัน

ต่างกันแค่ลงมือทำ

เอาใจช่วยทุกคนอยู่ห่างๆ

ล้มกันให้สนุกนะครับ

One Response to “lesson one: ล้ม”

  1. ล้มแล้วเจ็บ
    แต่การลุกก็ยากเหมือนกัน
    บางทีคนข้างก็มีส่วน
    จะปล่อยไว้แล้วมองดูเฉยๆ
    หรือจะเยียบซ้ำ
    หรือจะฉุดเราขึ้น
    แต่ไม่ว่าอะไร
    เราก็ต้องอาศัยแรงกายแรงใจ
    ของเราเองพยุงตัวเองขึ้นให้ได้
    ถึงจะยากซักแค่ไหน

    วันนี้เจ็บ 1 ครั้ง
    พรุ่งนี้ก็ดีขึ้น
    วันต่อมาก็ดีขึ้น
    และจะหายแน่นอน
    แต่แล้วมันก็ต้องมีวันเจ็บอีก
    มันอยู่ที่เราเลือก
    เราพร้อมที่จะอยู่เฉยๆ
    เพราะกลัวเจ็บ
    หรือเราพร้อมที่จะเจ็บ
    เพื่อไปถึงความฝันที่เราตั้งใจไว้

    หนูพร้อมที่จะเจ็บแล้วคะ
    เพราะหนูรู้ว่า
    มันเจ็บ มันก็ต้องหาย

Leave a Reply