“ชีวิตที่มีค่าไม่ใช่ชีวิตร่ำรวย มีเกียรติ หรืออายุยืน แต่ชีวิตที่มีค่า
คือชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่า และทำให้ชีวิตคนอื่นมีคุณค่า”
เพลง The Weathercock ผลงานของวงดนตรีญี่ปุ่นชื่อ DEPAPEPE
“ชีวิตที่มีค่าไม่ใช่ชีวิตร่ำรวย มีเกียรติ หรืออายุยืน แต่ชีวิตที่มีค่า
คือชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่า และทำให้ชีวิตคนอื่นมีคุณค่า”
เพลง The Weathercock ผลงานของวงดนตรีญี่ปุ่นชื่อ DEPAPEPE
“satisfying and pleasing must be in company’s chromosome.” Michael Dell
ใครเคยอ่านการ์ตูนเรื่อง one piece บ้างยกมือขึ้น…
เรื่องของกลุ่มโจรสลัดที่ตามหาสมบัติสุดขอบโลก เส้นทางเดินเรือนั้นย่อมไม่ธรรมดา และมีอุปสรรคมากมาย
ในช่วงต้นเรื่องนั้น ตัวเอกเดินเรือในทะเลธรรมดาเพื่อรวบรวมพรรคพวก เนื่องจากตัวเองทำอะไรไม่เป็นเลย
เดินเรือไม่เป็น ทำอาหารไม่ได้ ซ่อมเรือไม่ได้ ต่อสู้ได้อย่างเดียว (ว่ายน้ำก็ยังไม่ได้ เนื่องจากความสามารถของผลปีศาจ)
คู่ต่อสู้ในช่วงต้นนั้น จึงค่อนข้างเยอะมาก ต่อสู้กันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง และทำให้เข้าใกล้วันพีซได้ยาก
เรียกได้ว่า เป็น red ocean หรือทะเลแดงที่เต็มไปด้วยเลือดของการต่อสู้
ในตลาดที่มีคู่แข่งหนาแน่น มักจะใช้กลยุทธ์รุนแรง เช่น การตัดราคา ทำให้สุดท้ายแล้ว เจ็บตัวทั้งสองฝ่าย
บริษัทชั้นนำทั้งหลาย พยายามที่จะคาดเดา และผลิตสินค้า บริการใหม่ๆ ในตลาดที่ยังไม่มีใครจับจอง
หรือที่เรียกกันว่า blue ocean เช่น sony google apple และอื่นๆ
ในช่วงกลางถึงท้ายเรื่องนั้น เส้นทางเดินเรือที่ตัวเอกไป แทบจะไม่มีการต่อสู้ไร้สาระเลย
แต่การแย่งชิงแต่ละครั้ง ต้องเจอกับคู่แข่งที่มีฝีมือมาก และต้องทุ่มเทพัฒนาตัวเองและทีมอย่างมาก
เช่นเดียวกันกับในธุรกิจ blue ocean มิใช่ตลาดที่อยู่กับที่ เพราะว่าโลกหมุนไป ลุกค้าก็ย่อมเปลี่ยนไป
แม้จะได้ผลกำไรที่งดงาม การแข่งขันที่น้อยกว่า แต่การลงทุนและความพยายามต้องมากไปด้วย
และที่สำคัญ จะหยุดนิ่งไม่ได้…
คำถามคือ blue ocean ของเราจะอยู่นานเท่าไหร่ กลยุทธ์ สินค้า โปรโมชั่นต่างๆ ถูก copy ได้โดยง่าย
เช่น โปรโมชั่นมือถือ หรือดอกเบี้ยเงินฝาก จะโดนก๊อปปี้ง่าย ทั้งนี้การ copy อาจโดนต่อยอดให้ดีกว่าต้นฉบับก็ได้
เอดิสัน กล่าวไว้ว่า ผมจะไม่เริ่มทำอะไรตั้งแต่ศูนย์ เพียงแต่มองดูว่ามีใครทำอะไรไว้บ้างแล้ว
และไปยืนบนบ่าของคนนั้นผ่านวลีที่ว่า “on the shoulder of giant”
ปล. เครื่องเล่นเกมส์ Wii นี่มันน่าเล่นชมัดเลยนะนี่นะ

ไม่ได้เห็นโปรโมชั่นโออิชิมาพักใหญ่แล้ว
ตอนนี้มีกลับมาเปิดฝาชิงโชคอีกครั้ง
ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊ง ถึงญี่ปุ่น
บินกับตัน บินกับตัน ฟ้าววววว
ตันเคยบอกว่า ผมโชคดีที่เกิดมารูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย
คิดต่าง ย่อมทำต่าง ผลที่ได้ก็ต่างกัน ชีวิตจึงต่างกัน
รอดูกันต่อไปครับ
ก่อนหน้านี้ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
ผมเคยใช้โทรศัพท์มือถือมาไม่ต่ำกว่า 10 เครื่อง
โนเกีย 4 ซัมซุง 4 โมโต 1 เคียวเซร่า 1
ที่บอกจำนวนนี่ไม่ได้กะจะอวด แต่จะบอกว่า
ไม่ได้รู้สึกอะไรกับสินค้าและแบรนด์เหล่านั้นเลย
มันเป็นเครื่องโทรศัพท์เอาไว้ใช้งาน ใช้แล้วก็เปลี่ยน
แล้วก็เบื่อ เวลาที่มันออกรุ่นใหม่มาหักอกเราเรื่อยๆ
แต่ไม่นานมานี้ ลองเอา apple iphone มาขาย
ผมตกหลุมรัก iphone และ apple
และเข้าใจว่า iphone น่าจะเป็นแบรนด์แรกที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า
มันไม่ใช่ยี่ห้อมือถือธรรมดา
น่าสนใจใช่มั๊ยครับ
ตัว apple และ steve jobs นั้นมีสาวกมานานแล้ว
แต่ iphone ถือเป็น cult brand แรกในตลาดนี้
เป็นแบรนด์แรกที่มีคนรัก มีสาวก
การต่อแถวซื้ออย่างบ้าคลั่งของคนอเมริกัน
คล้ายๆกับที่คนญี่ปุ่นต่อแถวซื้อเกม
ยอดขายเครื่องหิ้วที่มีปริมาณมากถึงหนึ่งในสามของยอดรวม
กระทู้ บทความต่างๆ ที่ผุดขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากความพยายามของ apple เอง
ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงบางคนถึงได้บูชาหลุยส์ วิตตอง
ความสัมพันธ์แบบกิ๊กนั้นไม่ได้มีแต่คนกับคนเท่านั้น
แบรนด์ต่างๆก็อยากจะขอเป็น “กิ๊ก” กับลูกค้าด้วยเหมือนกัน
ทำนองว่าหากไม่สามารถเอาตัวเองเข้าไปอยู่เป็น new product ได้แล้ว
ก็ขอจับกลุ่ม new market แทน ซึ่ง market ที่ว่านี้ก็คือ พื้นที่่ตัวสำรอง
สมัยนี้ใครมีทีวีเครื่องเดียวบ้างครับ แล้วมือถือล่ะ รถล่ะ แบรนด์ต่างๆเหล่านี้
พากันคิดว่าทำไมจะมีสินค้าเราเป็นชิ้นที่สองบ้างไม่ได้
สินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่มักมีความสามารถจำกัด และราคาถูก
เช่น คอนโด (บ้านหลังที่สอง เดินทางสะดวก แต่พื้นที่จำกัด ราคาถูกกว่าบ้าน)
tata nano (รถคันที่สอง ขนาดกะทัดรัด ไม่เปลืองที่จอด ประหยัด เหมาะวิ่งใกล้ๆ ราคาถูกเช่นกัน)
acer (notebook เครื่องที่สอง สำหรับเล่นเนท ราคาหมื่นกว่าบาทเท่านั้น)
เอ่อ.. ตกลงเป็นกิ๊กกับพี่มั๊ยน้อง